Saturday, July 23, 2016

อาหารที่เหมาะกับผู้ป่วยโรคไต ควรเลือกเป็นอันดับแรกๆ

อาหารสําหรับคนเป็นโรคไตควรเลือกอย่างไร?

ผัก ผักอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร การเลือกรับประทานจะใช้วิธีปรุงให้สุก หรือทานแบบสด ๆ ก็ได้ แนะนำให้เป็นผักต้มจะดีที่สุด และที่สำคัญควรจะเลือกรับประทานผักที่มีโพแทสเซียมต่ำ เช่น กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ แตงกวา บวบเหลี่ยม เห็ดหูหนู ฟักเขียว แฟง ผักกาดขาว ผักกาดหอม ถั่วงอก
ผลไม้ ผลไม้อุดมไปด้วยวิตามิน ใยอาหาร และอื่น ๆ อีกมากมาย ควรเลือกรับประทานแบบสด ๆ และที่สำคัญควรเลือกรับประทานผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำ เช่น ชมพู่ องุ่นเขียว แตงโม ลองกอง เงาะ มังคุด การเลือกรับประทานผักและผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำ จะช่วยลดการคั่งของโพแทสเซียมในเลือด และช่วยรักษาสภาวะน้ำในร่างกายให้อยู่ในระดับปกติ ลดภาวะบวมน้ำ รวมทั้งป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้
ปลาและผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากปลา ควรบริโภคเนื้อปลาแทนการบริโภคเนื้อสัตว์อื่น ๆ เนื่องจากในเนื้อปลานั้นจะมีปริมาณไขมันอิ่มตัวที่น้อยกว่าในเนื้อสัตว์ใหญ่จำพวก เนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ เป็ด เป็นต้น นอกจากนี้ที่สำคัญปลายังมีกรดไขมันโอเมก้า 3 (EPA และ DHA) ที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล เพิ่มความยืดหยุ่นให้กับหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น และลดความเสี่ยงจากการอุดตันของหลอดเลือดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
คาร์โบไฮเดรต หรืออาหารจำพวกแป้ง ควรเลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตในรูปที่ไม่ขัดสี เช่น ข้าวเจ้า ข้าวไรย์ ข้าวกล้องทุกชนิด ข้าวสาลี และที่สำคัญควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป เป็นการควบคุมโปรตีนในร่างกายไม่ให้มากจนเกินไป ยกเว้นอาหารพวกแป้งบางชนิดที่เกือบจะไม่มีโปรตีน เช่น แป้งข้าวโพด แป้งมัน วุ้นเส้น สาคู ลอดช่องสิงคโปร์ ซ่าหริ่ม รวมมิตร ซึ่งอาหารเหล่านี้สามารถกินได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ต้องคิดคำนวณปริมาณโปรตีน
ข้อมูลจาก http://www.thaibodycare.com/food-for-kidney-patients.html

Tuesday, July 12, 2016

ยาและสมุนไพรที่ควรระวังในผู้ป่วยโรคไต

ยาและสมุนไพรที่ควรระวังในผู้ป่วยโรคไต

คนทั่วไปมักเข้าใจว่ายาในกลุ่ม OTC (Over-the-Counter Drugs) หรือยาที่สามารถหาซื้อได้ตามร้านยาเพื่อบรรเทาอาการไม่สบายเบื้องต้น เช่น ยาแก้ไอ ยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ยาแก้ปวดเมื่อย ยาระบายแก้ท้องผูก ยาแก้ท้องเสีย วิตามิน อาหารเสริม รวมถึงยาจีนและสมุนไพรต่างๆ เป็นยาที่ปลอดภัยเนื่องจากสามารถหาซื้อได้เองโดยไม่ต้องมีใบสั่งยา แต่ในความจริงแล้วยาเหล่านี้อาจสะสมในร่างกาย หรือทำให้เกิดอันตรายต่อไตในผู้ที่มีโรคไตได้
  • ยาแก้ปวดลดอักเสบ โดยเฉพาะกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือที่เรียกกันว่า NSAIDs เช่น ibuprofen, mefenamic acid, naproxen, piroxicam, meloxicam, diclofenac, celecoxib, etoricoxib เป็นต้น ยามีผลทำให้เลือดไปเลี้ยงไตลดลง ผู้ป่วยโรคไตไม่ควรใช้ยากลุ่มนี้
  • ยาที่มีส่วนประกอบของโซเดียม ยาที่ต้องละลายน้ำ หรือวิตามินอื่นๆ เช่น ยาแอสไพรินชนิดเม็ดฟู่ วิตามินที่แพทย์ไม่ได้สั่งให้รับประทาน อาจทำให้ร่างกายมีภาวะโซเดียม น้ำ และเกลือแร่เกินในร่างกาย
  • ยาน้ำแก้ไอ ยาน้ำแก้ปวดท้อง ส่วนใหญ่มักมีส่วนผสมของสมุนไพร หากรับประทานต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจเกิดการสะสมของโพแทสเซียม
  • ยาระบายหรือยาลดกรดที่มีอะลูมิเนียมและแมกนีเซียม อาจทำให้เกิดการสะสมของเกลือแร่ในร่างกาย เนื่องจากไตไม่สามารถนำเอาเกลือแร่เหล่านี้ออกจากร่างกายได้ตามปกติ
  • ยาระบายหรือยาสวนทวาร ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำและเกิดการสะสมของฟอสเฟต
  • อาหารเสริมต่างๆ มักมีส่วนประกอบของโพแทสเซียมและแมกนีเซียมซึ่งทำให้เกิดการสะสมในร่างกายได้
  • สมุนไพร เช่น สารสกัดใบแปะก๊วย (Ginko biloba) โสม (ginseng) กระเทียม (garlic) ส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด อาจทำให้เกิดเลือดออกบริเวณเส้นเลือดที่ต่อกับเครื่องฟอกเลือดได้ง่าย ยาระบายที่มีส่วนผสมของสมุนไพร ispaghula husk อาจทำให้มีการสะสมของโพแทสเซียมได้
ข้อมูลจาก https://www.bumrungrad.com/th/nephrology-kidney-center-bangkok-thailand/procedures/ckd-care-chronic-disease